| iam's profileღ°•.♥.•° Kusosad °•.♥.•°...PhotosBlogLists | Help |
bvbอยู่ ๆ ก็อยากอัพสเปช พอเปลี่ยนไปเขียนบล๊อกเลยไม่ได้มาอัพที่นี่
ชีวิตก็ยังอยู่ดีมีสุข จริง ๆ แล้วอยากมีแฟนด้วย เหอ ๆ แต่ก็นะ ...
นึกว่าเทอมนี้จะสบาย ที่ไหนได้ต้องสละทั้งเจ็ดวัน กินอยู่ในมหาลัย เห้ออ
เหนื่อยแต่ทน เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวก็สบาย
สบายตอนไม่หายใจแล้วรึเปล่า ... ไม่ไหวนะ ชีวิตศรีวิไลซ์ยังไม่เริ่มเลย
เชียงใหม่หนาวแล้วนะ .... มีใครอยากมาเที่ยวหากันบ้างไหม ?
Let's cryรู้สึกว่าวันนี้หมดสภาพมาก ก่อนไปเรียนเตรียมใจไว้แล้วนะ
ว่ายังไงก็จะรับทุกอย่าง โดนว่ายังไงก็จะไม่เก็บมาคิด
ไม่เคยต้องเครียดมากขนาดนี้ เราโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ
ถ้าเราดีเขาคงไม่ว่า แต่บอกกันดี ๆ เราก็รู้เรื่อง เรามีความรู้สึก
แต่พอหมดคาบแล้วกลับมาห้อง อยากจะเขาหัวโขกผนังตาย
บางทีคำพูดมันก็ทำร้ายเราได้เหมือนกันนะ
เพื่อนบอกว่าอาจารย์แกรักหรอกแกเลยว่าเรา . . . . เหรอ
ทำไมเราไม่รู้สึกเลยอ่ะ อีกอย่างเราเริ่มหมดความศรัทธาแล้ว
ขอทนไปให้หมดเทอมนี้แหละ . . . พอกันที
บางครั้งเวลากลั้นน้ำตาไม่ไหว . . ก็ต้องปล่อยมันออกมา
เพื่อนนะ...เพื่อนอยู่ ๆ ก็คิดถึงเพื่อนขึ้นมาซะงั้น ..
งอนสุด ๆ เมื่อต้นเดือนหนีเที่ยวสเม็ดกันไม่บอกกล่าวอ่ะ เหอะๆ
วันนี้เห็นออนอยู่หนึ่งชีวิตคือ โอ๊บ
เลยเข้าไปทักอัพเดทข่าวสารสักหน่อย
คนแรกยะ กำลังเห่อจะได้ลูกสาว น้ำหวานใกล้คลอดละ ตั้งชื่อรอแล้วว่าน้องน้ำใส ^^
คนที่สองใหม่ ทำงานที่เดียวกับยะ สบายดีตามประสา ส่วนน้าอึง กำลังจะหัดเล่น MSN
โอ๊บก็เป็นลูกจ้างที่บ้านตัวเอง ขายข้าวสาร ... ตั้มไปขายกระเบื้องที่บุญถาวร ซะงั้น
ออยตกงาน ดูแลพี่ชายที่ป่วย น่าสงสารมาก ลืมอีกคนไอ้ยา มันบอกว่ามันเป็นครีเอทีฟ!!
มาสาว ๆ บ้าง อิเตยไม่ทำงานเลยหลังจากเรียนจบ สบายสุด ๆ เพราะแฟนรวย!!
อ๋อมได้ลูกชาย นิดได้ลูกชาย แอมทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง เค้กทำที่สธ.
หมวยก็รวยเละอยู่ทรูฟิสเนส อ้อมน่าจะยังเป็นครูที่สุราษฏร์เหมือนเดิม ....
ส่วนเราก็ตั้งหน้าตั้งตา...ทรมานกับสิ่งที่เลือกต่อไป เฮ้ออออออ
นี่ละนะช่วงของชีวิตหลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี สองปี
เพื่อนเราอาจจะเปลี่ยนอาชีพไปละก็ได้
นานแล้วที่ไม่ได้คุยกับเพื่อนบ้างคน อาศัยถามกันเอาแบบนี้แหละ
แค่รู้ว่าเพื่อนยังสบายดี ไม่เจ็บป่วย ก็ดีละเนาะ
มีโอกาสคงได้เจอกันเน่นอน....คิดถึงทุกคนเหมือนเดิม
thank u , teacherพรีเซนงานหน้าชั้น .. ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด!
เราเป็นอีกคนที่ไม่ชอบการออกไปยืนหน้าชั้นเอาซะเลย แต่พอมาเรียนป.โท ก็ได้พรีเซนงานเป็นว่าเล่น ทำให้มันดูเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว
คงต้องเชื่อแล้วล่ะว่า ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน ชินแล้วจะชำนาญ อันหลังอยู่ในช่วงพิสูจน์นะ
วันนี้ก็เหมือนเคย .. แต่ที่ไม่เหมือนเคยคือได้รับคำชมจากอาจารย์ด้วย
อาจารย์บอกว่าพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ .. กำลังใจนี่เพิ่มขึ้นเป็นกองเลยล่ะ
เราก็ได้แต่ยิ้มเพื่อเป็นการขอบพระคุณอาจารย์ ^^" ให้รางวัลตัวเองซะหน่อย ซื้อกุหลาบหอม ๆ ให้ตัวเอง ฮ่า ๆ มองแล้วก็สดชื่นดี ..
ขอบคุณโปสการ์ดที่ส่งมาถึง
ในนั้นบอกเราว่า "ถ้าใจป่วย กายจะป่วยตาม"
เราเชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน เลยพยายามมองโลกในแง่ดีเอาไว้เยอะ ๆ
โปสการ์ดรูปหงส์ทำให้เราคิดถึงปางอุ๋งแล้วล่ะสิ
หนาวนี้ต้องไปหาสักหน่อยแล้ว
ปายหน้าฝนที่วางแผนไว้ก็อดละ เพราะไม่มีสอบก็เรียน ซะงั้น เห้อออ
เรียนหนังสือกับทำงานอันไหนเหนื่อยกว่ากันล่ะเนี่ยะ
แต่วันนี้ แต้งกิ้วทีเช่อนะคะ
^3^
... new track ++1
อาทิตย์กว่า ๆ แล้วที่เชียงใหม่
เหงามากๆ วันที่ส่งพ่อกลับบ้าน
กลับมาที่หอ ไม่รู้จะคุยกับใคร !
2
นอกจากเรียนหนังสือแล้ว
ตอนนี้กำลังเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว
อย่างพอเพียงและมีความสุข
3
สถานะภาพนักศึกษาที่คืนมาอีกครั้ง
ดูหนักหน่วงมาก ... แต่ก็ต้องสู้ต่อไป
ลงเรื่อแล้วนี่นา ต้องพายให้ถึงฝั่ง
4
เคยได้ยินว่าการที่เราอยู่กับตัวเอง
จะได้ยินเสียงใจตัวเองชัดขึ้น
แน่นอน ... เรากำลังพยายามฟังเสียงนั้น
5
ตอนนี้สภาพจิตใจโอเค ... อยู่ได้
คิดถึงบ้านบ้างบางเวลา
แต่รสชาติของชีวิต ก็แบบนี้แหละเนาะ
Happiness is shortเวลาของความสุขมันสั้นเสมอ เหลือเวลาที่กรุงเทพฯ อีกแค่หนึ่งอาทิตย์เอง ใคร ๆ ก็บอกว่า เชียงใหม่มันใกล้ๆ เอง นั่งเครื่องแปบเดียวก็ถึง ในชีวิตของคนเราจะมีงานเลี้ยงส่งของตัวเองสักกี่ครั้งกันเชียว แค่ใจหาย เพิ่งกลับจากดำน้ำที่เกาะล้าน ... สนุกมาก และเริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยเหมาะกับกีฬาทางน้ำ!! แต่ก็ยังอยากจะเล่นนะ ... สุด ๆ ไปเที่ยวสามวัน ที่บ้านพักไม่มีนาฬิกา และสัญญาณโทรศัพท์ เราบอกเพื่อนว่า สงสัยเค้าอยากให้เราลืมวันลืมคืน ... แล้วความสุขมันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถ้าการจากลา ... คือการเริ่มต้นการรอคอย เราจะรอคอยการจะได้พบกันอีกครั้ง .. จะไม่ลืมกัน เคยได้ยินไหมว่า "อย่าหันหลังกลับไปมอง .. ในวันที่ต้องลาจาก" เราไม่อยากพูดกับใครว่า "ไปก่อนนะ" แต่ก็ไม่รู้จะเอาคำไหนมาแทน .. . ..แค่รู้สึกว่ามันใกล้เข้ามาแล้ว ...
เราเลือกจะไปอยู่คนเดียวเองนี่นา
.
..
.
...
"ใจหายล่ะสิ" วันก่อนมีคนถามแบบนี้
อยากบอกว่า
เราใจหาย ทุกครั้งที่หายใจ
...
ถ้าเราไม่ออนไลน์ .. จะมีใครนึกถึงเราบ้างไหม
สัญญาได้ไหมว่าจะคิดถึงกันบ้าง
..
ความเหงามันมีตัวตน ถ้าเราไปใส่ใจมัน
เราจะพยายามไม่ใส่ใจ
.. .. .. ..
love me love my book"ไปงานหนังสือไหม"
"ไม่ไปอ่ะ เดี๋ยวเสียตังค์"
ยังไม่ทันขาดคำ ..ก็เอ็มบอกเพื่อนว่าฝากซื้อหนังสือสองเล่ม สองเล่มพอ!! เหอ ๆ
สองวันต่อมา น้องบอกว่าอยากได้หนังสือไปซื้อให้หน่อย ... นั่นไง ตามมาด้วยป้าโทราฝากซื้อนิยาย ... เอาสิ
วันนี้เลยต้องไปเยือนศูนย์สิริกิตติ์ คนเยอะเหมือนเคย
ที่ทำใจไม่ได้คือจะพามาเพื่ออะไร .. เด็กอ่อน !! อุ้มกระเตง ๆ เห็นแล้วหงุดหงิด
กับอิพวกเด็กซนกว่าลิม วิ่งพล่าน ไม่ไหวจะดู ... อยากเดินเข้าไปบิดหู (โหดป่ะ)
เดิน ๆ เลือก ๆ ได้หนังสือของน้อง ของป้า และของตัวเอง ...นั่นไง ไหนว่าสองเล่มพอ หุหุ
ขอหน่อย ๆ เสียค่ารถมาแล้วเนาะ
นี่ไง ... มีนานี้ซื้อน้อย เพราะเดี๋ยวต้องย้ายที่อยู่ ของเดิมก็เยอะ เหะ ๆ เดี๋ยวจะหล่นหายกลางทาง 1.TRY : วงค์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เล่มนี้ที่ฝากเพื่อนซื้อ ... อ่านง่าย ๆ ชอบงานพี่โหน่ง ตอนนี้อ่านก่อนนอนวันละสองเรื่อง เพราะกลัวจบเร็ว เหอ ๆ 2. ปอกกล้วยในมหาสมุทร : นิ้วกลม หลงรักนิ้วกลมคนนี้ตั้งแต่ "อิฐ" "ณ" บลา ๆ ๆ ผู้ชายอะไรช่างคิดเป็นบ้าเลยอ่ะ 3. ปลาย่าง : โอกูม่า ฮิเดโอะ เล่มนี้บังเอิญเห็นที่คั่นที่แจกมากับหนังสือของเพื่อน อ่านสะดุดเลยใช้เพื่อนไปซื้อมาเหอ ๆ เป็นเรื่องการเดินทางกลับบ้าน ของปลาแมคเคอเรลที่ถูกย่าง!! 4. เด็ก ๆ ในหมู่บ้านเควงอิ-บุรี : คิม จุง มี คุ้ยเจอในกระบะหนังสือเก่า .. อยากไปเกาหลี เลยหาชีวิตเกาหลี ๆ มาอ่านดู ... แต่หดหู่จังเรื่องนี้ เฮ้อ 5. เดียว : งามพรรณ เวชชาชีวะ จากความสุขของกะทิ ด้วยยี่ห้องามพรรณ เลยไม่ลังเลที่จะซื้อเล่มนี้มาอ่าน เป็นนิยายเล่มหนาพอสมควร .. แต่อยากอ่านมาก ๆ 6. เที่ยวกรุงเทพ : OOM อีกไม่กี่วันจะบ๊ายบายกรุงเทพแล้ว เลยหาไก้ด์บุคน่ารัก ๆ ไว้ดูแก้คิดถึงซักหน่อย ... เล็งไว้ตั้งแต่ที่แพร่พิทยาแล้วแหละ อิอิ
หมดละที่ได้มาจากงานสัปดาห์ฯคราวนี้ ซื้อน้อย ๆ จริง ๆ นะ แล้วจะอ่านให้หมดไป ค่อยซื้อใหม่ ดีกว่าเห่อซื้อมาให้ฝุ่นอ่านแทนเรา อีกอย่างยังมีหนังสือกองโตรอให้กลับบ้านไปสะสางอีกอะเนี่ยะ
อ่านหนังสือกันเถอะ ^^
u ss!Wไม่อยากให้เราต้องมองเห็นกัน
ฉันกลัวว่าถ้าคราวนี้ฉันยิ้มให้เธอแล้ว .. เธอนิ่งเฉยตอบกลับมา
ฉันคงยิ่งร้าวราวหนักขึ้นไปอีก
แต่ถ้าเธอยิ้มตอบ มันคงร้าวรานไม่แตกต่าง
เพราะข้างหลังรอบยิ้มนั้น ฉันรู้ดีว่าไมมีความรู้สึกอื่นใด
เป็นเพียงรอยยิ้มที่คนแปลกหน้าส่งให้กัน
:: Please let me die by สมทุย
-----
เมื่อไหร่จะกลับมา
move on ~"ขอให้ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง"
เราเขียนประโยคนี้ลงในโปสการ์ดทุกครั้งก่อนส่งกลับมันมา
แล้วมันก็เป็นจริง
ชีวิตนักศึกษากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ... แต่คนละอารมณ์กับเมื่อสี่ปีที่แล้ว
ความตื่นเต้นมันกลายเป็นความกลัว ... กลัวจะเหงา
การเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนสังคมใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ ใหม่ ใหม่ ๆ ... ใหม่ ๆ
การปรับตัวครั้งนี้น่าจะไม่ยากเท่าตอนที่ได้ทำงานใหม่หรอกเนาะ
เราต้องทำได้สิ !
เราคงคิดถึงสยาม คิดถึงลิโด้ คิดถึงบ้านพี่กิ๊บ คิดถึงเจเจ วังกลัง ท่าพระจันทร์ เซ็นทรัล สวนรถไฟ มิวเซียม หอศิลป์ ข้าวสาร พระอาทิตย์
แต่มันก็แลกมากับอะไรใหม่ ๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าอยากจะไปอยู่กับมัน
มีอะไรใหม่ ๆ รออยู่อีกตั้งเยอะ
แล้วเจอกัน .... เชียงใหม่
^^
ปล.แล้วจะกลับมากงานรับปริญญาตามสัญญานะอ้วนต่อ .. ทรายด้วยแกต้องไปหาชั้นนะ !!
pass~วันเกิดก็ผ่านไปแล้ว
ไม่มีอะไร ไม่มีของขวัญ
ไม่มีใครจำ
. . .
วาเลนไทน์ก็ผ่านไป
เพิ่งไปเชียงใหม่มา
คนเดียว
ใครว่าเหงา...ไม่จริงหรอก
มัน...เหงาที่สุดต่างหาก
55
ขอบคุณพลอยที่มาอยู่เป็นเพื่อนกัน
ลุงคนขับรถแดงถามว่า
"เป่นหยังมาคนเดียว บ่มีคู่ก๋า"
ถามแบบนี้...เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า
คุณหมีบอกว่า
วาเลนไทน์ที่ไหน ... ก็รัก ... ไม่ต่างกัน
หมายถึงคนอื่นเค้ารักกัน
ไม่ใช่ "เรา"
. . .
วันหยุด 18 วัน
ก็ผ่านไป
วันนี้ต้องกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม ทำงาน ๆ เอานิ้วกระทบคีย์บอร์ดไปวัน ๆ
เร่งวันเร่งคืน อยากให้ผลสอบออกเร็ว ๆ
รอคอยการเปลี่ยนแปลง
ในไม่ช้า
. . .
My Feb.มกราผ่านไป
ชีวิตยังราบเรียบ
เว้นแต่ความอยากที่มีมากขึ้นทุกวัน
อยากโน่น อยากนี่ สารพัด
ขอบคุณที่ทำงาน ที่ให้ลางานได้ตั้งครึ่งเดือน
มีคนถามว่าทนอยู่ทำไม
... เสียเวลา ...
เปิดโอกาสให้ตัวเอง เผื่อจะเจออะไรใหม่ ๆ
ที่ดีกว่า ....ก็ได้
ก็คิดนะว่ากลับไปดีไหม 555
งานอาจจะไม่ได้หายากอย่างที่ใคร ๆ คิด
การเปลี่ยนแปลงต่างหากที่เราต่างก็กลัว
แต่ชีวิต
... ไม่เสี่ยง ...
จะสนุกหรอ
?
เดือนนี้มีอะไรให้ทำมากกมาย ... มันอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
หรืออาจจะเหมือนเดิม
แค่จะทำอย่างที่คิดไว้
ให้มันผ่านไป
ผลของมันจะออกมาเป็นยังไง
เราก็ไม่รู้
แต่ก็จะพยายาม
.....
only .. uแค่ไปอยู่ในที่ที่เวลาของเราไม่เท่ากัน
แค่ 3XX วันก็จะกลับมา
---------
แค่ ... คิดถึง
2008หนึ่งปีผ่านมา และกำลังจะผ่านไป ทำอะไรบ้าง
แค่อยากลองเขียนดูว่ามันมีอะไรบ้าง
เดือนหนึ่ง ย้ายหอ จากห้องรูหนู อึกทึกครึกโครม สบายกว่าเดิม
เดือนที่สองวันเกิดเป็นปีที่เงียบ ๆ เหงา ๆ ได้ของขวัญเป็นกระต่ายซะส่วนใหญ่
เดือนสามยังเตร็ดเตร่ ไม่อยากทำงาน เที่ยวอย่างเดียว เดือนนี้ไปบางปู
เดือนสี่กลับบ้านไปเล่นน้ำสงกราน งานก็ยังคงไม่หาอีกเหมือนเดิม แต่แววเริ่มมา
เดือนห้า ได้งานเป็นหลักเป็นแหล่ง รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของชีวิต อย่างน้อยก็ต้องตื่นเช้าทุกวัน
เดือนหก เบื่อหน่าย อึดอัดกับชีวิตการทำงานสุดขีด เข้าใจว่าเราต้องปรับตัวเองมากมาย
เดือนเจ็ด ตัดขาดความเป็นเพื่อนกับคนคนนึง ก็โอเคนะ ไม่วุ่นวาย อ๋ออ เดือนนี้ไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษด้วย ฮ่า ๆ
อีกอย่าง เดือนนี้เจอคุณหมีที่ร้านราดหน้าด้วย ดีใจที่สุดในโลก สวรรค์ชั้นเจ็ดพอดีไง ฮ่า ๆ
เดือนแปด รู้สึกว่าเริ่มเข้าที่เข้าทาง เบื่อแต่นึกถึงที่แม่บอกว่าต้องอดทน ตัดสินใจไม่ออกจากงาน
เดือนเก้า ไม่มีอะไรหวือหวา ไปเที่ยวอัมพวา สนุกดี
เดือนสิบ เดือนนี้ป่วย ๆ ๆ ไอ จาม ท้องเสีย ลมพิษ เป็นหมดทุกอย่าง เฮ้อแล้วก็ได้ไปสัมมนาที่โคราช
เดือนสิบเอ็ด แม่ฮ่องสอนจะอยู่ในความทรงจำ 1,864 โค้ง จะไม่มีทางลืมลง
เดือนสุดท้ายของปี ตัดสอนใจทำงานต่ออีกสักพัก แต่เป้าหมายหลักยังรออยู่ มีทางที่ดีกว่าต้องไปแน่ ๆ
เรื่องของปีหน้ายังไม่อยากจะคิดหรือวางแผน
แล้วแต่โชคชะตาจะพาไปก็แล้วกัน
สวัสดีปีใหม่ทุกคน
Tokyo Sonata
น่าจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่ดูของปีนี้
เต็มสิบให้แปดจุดห้าละกัน
หนังครอบครัว ดูจะดราม่าสุด ๆ ในรอบปีที่ดูหนังมาละ
พ่อบังเอิญถูกเลย์ออฟ แต่ไม่กล้าบอกลูกเมีย ต้องปิดบังด้วยการแต่งตัวเหมือนออกไปทำงานทุกวัน
แม่ ทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนว่าโลกนี้ของเธอดูจืดชืด ดูไม่เอาไหนซะเลย
ลูกคนโต ขอไปเป็นทหารสหรัฐ ฯ ลูกชายคนเล็กที่มีพรสวรรค์ในการเล่นเปียโน แต่พ่อไม่เคยมองเห็น
พล็อตเรื่องไม่งง เดินเรื่องหนัก ๆ แต่สุดท้ายก็คลายปม จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
ต่างจากที่คิดว่าต้องจบอีกแบบนึง คงหดหู่น่าดูเลย
ชอบที่ท้ายสุดแล้วครอบครัวยังมาเป็นที่หนึ่ง ภาระท้ายที่สุดของพ่อและแม่คือลูก (ภาระหรือความรักละเนี่ยะ)
ชอบตอนที่พ่อเก็บเงินได้ ทั้งที่ตกงาน แต่ยังมีจิตสำนึกเอาไปคืน หาไม่ง่ายเท่าไหร่เลย
และไม่ว่าความเป็นผู้นำครอบครัวของพ่อจะค้ำคออยู่ ที่สุดแล้วการพูดจากัน และรับฟังกัน
ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญของคนในครอบครัว เพราะถ้าไม่พูดก็คงไม่เข้าใจกัน
อยากให้ไปดู
Maehongson in memory1,864 โค้งก็ถึง ....... แม่ฮ่องสอน
ออกเดินทางหกโมงเย็นวันศุกร์ที่ 4 ธันวา วิ่งไปขึ้นรถตับแลบ - -"
รถติดบรรลัย เกือบไปไม่ทัน ที่สุดแล้วมีเพื่อนตกรถหนึ่งคน ซะงั้น
คุยกับนายท่า บลา ๆ ๆ ๆ พระเจ้าเข้าข้างคนหน้าตาดีเสมอมีคนมาเปลี่ยนตั๋วกับเพื่อนเรา
ยังดีที่ได้ไป แต่...ลงคนละที่ เอาเหอะ ตามกันไปยังไงก็คงเจอ
เช้าวันที่ 5 ธันวา ประมาณแปดโมงเศษ ๆ ถึง อ. ขุนยวม สายแล้วแต่พูดยังมีควันออกปาก โว้ว
เป้าหมายแรกไปดูดอกบัวตองกันดีกว่า จัดแจงเหมารถเรียบร้อย ลุยเลย
นึกว่าจะหมดทางโค้งละนะ ยังโค้งและชันได้อีก ตลอดทางนั่งกระบะหลัง อู้วว มันสุด ๆ
ดอกบัวตองมีให้เห็นตลอดทาง จริง ๆ เริ่มบานตั้งแต่เดือนพฤศจิกาแล้ว มาเกือบไม่ทัน
ออกจากทุ่งดอกบัวตอง ก็ไปน้ำตกแม่สุรินทร์ แล้วเดินเล่นตลาดแม้ว ... เด็กน่ารักดี
สงสัยว่าทำไมเด็กดอยหน้าตาบล๊อกเดียวกันหมดเลยอ่ะ เหอ ๆ
เพลิดเพลินกันจนบ่าย และแล้วไอคนที่ตกรถก็ตามมาทัน ไม่ให้มันพักเราขึ้นรถบัสต่อเข้าเมืองแม่ฮ่องสอนทันที
67 กิโลเมตร จากขุนยวมถึงตัวเมือง จัดการซื้อตั๋วกลับกรุงเทพฯ เรียบร้อย ก็เหมาตุ๊กตุ๊กไปหาที่พัก
เพราะไม่ได้จองไว้ ถามตรงไหนก็เต็ม ลุงคนขับก็พาตระเวน โชคดีมาเจอ นิรันดร์เกสเฮ้าส์ !!
ตกลงราคากันได้อย่างสวยงาม 300 บาท ต่อคืน พัก 5 คน หารแล้วคนละ 60 ห้องน้ำในตัว เลิศที่สุดอ่ะ
ได้ห้องแล้วเพื่อนอีกคนตามมาจากเชียงใหม่ ครบซะที รวมแล้วทริปนี้ 5 คนพอดิบพอดี
อาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อย หนาวเหอะ แต่ไม่อาบอ่ะเน่าแน่ ๆ เสร็จแล้วออกไปเดินดูบ้านดูเมืองกันดีกว่า
เย็น ๆ จะมีตลาดค่ำ ขายของอาราณ์คล้าย ๆ ถนนคนเดินที่เชียงใหม่ แต่ที่นี่สงบกว่าเยอะ
ใกล้ ๆ มีวัดจองคำ เลยแวะไปลอยโคมกัน ระหว่างทางก็กิน ๆ ๆ ๆ อะไรที่แปลกกินกันกระจายอ่ะ
สังเกตได้ว่าภาษาคนแม่ฮ่องสอนต่างจากคำเมืองแถว ๆ เชียงใหม่สุด ๆ ฟังยากกว่า ด้วยแฮะ
เดินเล่นจนดึกดื่น ก็กลับมาพักผ่อนเอาแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ ....
วันที่ 6 ธันวา เป้าหมายของเราคือ ปางอุ๋ง ดินแดนแสนโรแมนติก ... จำเค้ามาอ่ะ
เก็บข้าวของแล้วออกไปขึ้นรถที่ตลาดสายหยุด แวะกินโจ๊กเสวยเจ้าอร่อย คนเยอะมาก ๆ แต่ก็อร่อยจริง ๆ แหละ
แล้วมาขึ้นรถสองแถวไปปางอุ๋ง ประมาณ เกือบ ๆ 40 กิโลเมตร จากตัวเมือง
เข้าใจแล้วว่าคำว่า กิโลแม้ว เป็นยังไง นึกว่าจะนั่งรถไม่นาน แต่ปาไปเกือบ 2 ชั่วโมง
โค้งแล้วโค้งอีก แถมทางยังชัน โอยยยยยยยยยยยยย
สิ่งที่สงสัยคือ ที่ที่เราจะไปกัน คนแถวนั้นเค้าต้องขึ้น ๆ ลง ๆ โค้ง ๆ แบบนี้ประจำเลยหรอ
แล้วก็มาถึง ปางอุ๋ง สวยจัดจัด
เต้นท์ที่แบกกันไปได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ก็คราวนี้
คืนนี้เราจะนอนนับดาว เผามัน ผิงไฟ ว้าวววววววว
กางเต้นท์เสร็จแล้ว ออกไปสนทนาหาทางไปเที่ยวต่อเลย
เหมารถชาวบ้านได้ก็ออกตะลุยโค้งกันต่อ ยังไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย 555
พระตำหนักปางตอง เราไปดูน้องแกะ ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้อุ้มแกะ น่ารักม๊ากกก
ในนั้นจะมีสัตว์เยอะเลยแหละ แต่แกะนี่พีคสุด ๆ ลั้ลลากันเสร็จก็ไปที่อื่นต่อ
บ้านรักไทย เป็นหมูบ้านม้ง จีนฮ่อ อะไรเทือกนั้น บ้านส่วนมากจะเป็นบ้านดิน และมีร้านขายชามากมาย
แวะชิมข้าวซอยยูนนาน ชิมชา เดินเล่นถ่ายรูปกันจนเย็น
ระหว่างทางที่กลับเข้าปางอุ๋งจะผ่านหมู่บ้านเราจะเจอแก๊งค์บ๊ายบาย ก็เด็กแถวนั้นแหละ จะมานั่งข้างทางบ๊ายบายฃะส่งยิ้มให้
ชอบจัง
คืนนี้กลับมานอนที่ปางอุ๋ง .... หนาวม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
เช้าแล้ววันที่ 7 ธันวา หมอกลอยบนผืนน้ำ ในที่สุดก็ได้เห็น มีมืออุ่นๆ มาให้จับก็คงดี
คิดถึงใครบางคนที่เคยส่งรูปที่นี่ให้เรา เราพกมันมาด้วย เพื่อที่จะมองหาองศาที่เค้ายืนถ่ายรูป
แล้วเราก็เจอ มันอาจจะไม่ใช่จุดเดียวกัน แต่เราว่ามันอาจใกล้ ๆ กันเนี่ยะแหละ
คิดถึงคุณหมี
สาย ๆ หน่อย หมอกเริ่มจาง แสงแดดลอดผ่านทิวสนที่เรียงกันอยู่ สวยมากอ่ะ
ก่อนมามีคนบอกว่าถ่ายรูปสวย ๆ มาให้ดูด้วยนะ แต่เราว่ายังไงมันไม่สวยเท่าที่ตาเราเห็นเลยอ่ะ
สงสัยจะต้องมาอีก แค่ไม่กี่โค้งเอง (เหรอ)
เกือบ ๆ เที่ยง รถประจำทางคันเดิมก็มารับเราออกไปจากที่นี่ และเดินทางกลับมาเมืองหลวง
โดยสวัสดิภาพ
(ขอบคุณเจ้พิมพลอย ,หนึ่ง, น้องเบนซ์, พี่นิ ที่มาอยู่ในความทรงจำที่ไม่มีทางลืมได้
และคุณหมี คนที่ทำให้เราอยากมาที่นี่)
Closely
Rabbit news # 1คุณกระต่ายเขาฝากมากระจายข่าว งานนี้รับน้อย ถ้าไม่ติดงานคงแล่นไปแล้ว ... 5555 ทำไมไม่จัดช้ากว่านี้น้อ จะลาออกอยู่ละเนี่ยะ เหอ ๆ
......
อัพเดทชีวิต
ช่วงนี้สบายดี แต่ไม่ได้อัพสเปช มันเหนื่อย ๆ
เลิกงานกลับมาก็
ตื่อออ ดึ้ง ออนเอ็ม
กินข้าว
ตื่อออ ดึ้ง ออนเอ็ม
แล้วก็นอน
ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ เบื่อข่าวการเมือง รำคาญข่าวดารา
ขี้เกียจฟังว่าราคาน้ำมันขึ้น ๆ ลง ๆ ค่าครองชีพจะสูงแข่งกับญี่ปุ่นใช่ป่ะ ....
เมื่อไหร่นายกหน้าซื่อใจคด จะออกไปซะที ไม่เข้าข้างฝ่ายไหนทั้งนั้น เบื่อจริง ๆ
แน่นอนสิ้นปีออกจากงาน เรียนต่อดีกว่า อยุ่นิ่ง ๆ นาน ๆ เดี๋ยวจะขี้เกียจมากกว่านี้
ปล.อาทิตย์หน้าพร้อมแล้วกับงานสัปดาห์หนังสือ ^^
God Bless,my grandmomทำไมยิ่งโต ...เรายิ่งรู้สึกไม่อยากให้มีใครหายไปจากชีวิตเราเลยสักคน
วันก่อนโทรหาย่า ย่าบอกว่า "รอโทรศัพท์จอยอยู่เลย ย่าโทรไปไม่ติดเลย"
"เนี่ยอีกสองวันย่าจะเข้า ร.พ นะ นัดหมอแล้วนะ " ย่าบอกอีก
พอได้ยินก็ใจหาย คำที่เราเกลียดอีกคำคือ โรงพยาบาล คงเพราะไม่เคยมีครั้งไหนที่เรารู้สึกดีที่ได้ก้าวเข้าไป
คุยกับย่าตามปกติ พอวางสาย เริ่มกังวัล เราพยายามบอกย่าว่ามันต้องดีขึ้น เดี๋ยวก็หาย พระต้องคุ้มครอง
เราไม่รู้หรอกว่าย่ากังวลมากแค่ไหน เราอยากให้ควางกังวลของย่า มันเทมาที่เราให้หมด
-----------------
วันนี้ย่าออกจากห้องผ่าตัด พี่ก็โทรมาบอกตอนเรานั่งทำงานอยู่ว่า เดี๋ยวเย็น ๆ โทรมาคุยกับย่าหน่อยนะ
พอโทรไป เสียงย่ายังไม่เหมือนเดิม
"ย่ากินข้าวแล้ว คุณปู่ก็อยู่บ้านกับลีโอไง จอยไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง ตั้งใจทำงานนะ"
"เดือนหน้าจอยมีวันหยุด จอยจะกลับบ้าน คุณย่าหายเร็ว ๆ นะ"
"อื้อ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เป็นอะไรหรอก"
สองนาทีกว่า ๆ ที่คุยกับย่า ย่าพูดคำว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องเป็นห่วง ....
จนเรานับไม่ได้ ถ้าไม่อยู่บนรถเมล์เราคงร้องไห้สุด ๆ ไปแล้ว
-----------
ตลกไหมที่ตอนนี้มือเราพิมพ์ น้ำตามันก็ไหลอีกแล้ว
อยากกลับบ้านอ่ะ คิดถึงย่าจริง ๆ
หายแล้ว เราจะไปเที่ยวกันนะ สัญญา
l like this song
ยังคงมีรอยยิ้ม ยังคงมีความฝัน ยังมีคนยอมรับ มีคนที่ห่วงใย
ไม่รู้ว่าขาดหายอะไร ไม่รู้ว่าตามหาสิ่งใด
มีคืนที่ซาบซึ้ง มีวันที่สดใส
ไม่รู้ว่าขาดหายอะไร ไม่รู้ว่าตามหาสิ่งใด
ไม่รู้ว่าขาดหายอะไร ไม่รู้ว่าตามหาสิ่งใด
... ในสักวัน ฉันจะหาจนเจอ ...
ชอบเพลงนี้อ่ะ @v@
|
|
|