| Perfil de iamღ°•.♥.•° Kusosad °•.♥.•°...FotosBlogListas | Ajuda |
Happiness is shortเวลาของความสุขมันสั้นเสมอ เหลือเวลาที่กรุงเทพฯ อีกแค่หนึ่งอาทิตย์เอง ใคร ๆ ก็บอกว่า เชียงใหม่มันใกล้ๆ เอง นั่งเครื่องแปบเดียวก็ถึง ในชีวิตของคนเราจะมีงานเลี้ยงส่งของตัวเองสักกี่ครั้งกันเชียว แค่ใจหาย เพิ่งกลับจากดำน้ำที่เกาะล้าน ... สนุกมาก และเริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยเหมาะกับกีฬาทางน้ำ!! แต่ก็ยังอยากจะเล่นนะ ... สุด ๆ ไปเที่ยวสามวัน ที่บ้านพักไม่มีนาฬิกา และสัญญาณโทรศัพท์ เราบอกเพื่อนว่า สงสัยเค้าอยากให้เราลืมวันลืมคืน ... แล้วความสุขมันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถ้าการจากลา ... คือการเริ่มต้นการรอคอย เราจะรอคอยการจะได้พบกันอีกครั้ง .. จะไม่ลืมกัน เคยได้ยินไหมว่า "อย่าหันหลังกลับไปมอง .. ในวันที่ต้องลาจาก" เราไม่อยากพูดกับใครว่า "ไปก่อนนะ" แต่ก็ไม่รู้จะเอาคำไหนมาแทน .. . ..แค่รู้สึกว่ามันใกล้เข้ามาแล้ว ...
เราเลือกจะไปอยู่คนเดียวเองนี่นา
.
..
.
...
"ใจหายล่ะสิ" วันก่อนมีคนถามแบบนี้
อยากบอกว่า
เราใจหาย ทุกครั้งที่หายใจ
...
ถ้าเราไม่ออนไลน์ .. จะมีใครนึกถึงเราบ้างไหม
สัญญาได้ไหมว่าจะคิดถึงกันบ้าง
..
ความเหงามันมีตัวตน ถ้าเราไปใส่ใจมัน
เราจะพยายามไม่ใส่ใจ
.. .. .. ..
love me love my book"ไปงานหนังสือไหม"
"ไม่ไปอ่ะ เดี๋ยวเสียตังค์"
ยังไม่ทันขาดคำ ..ก็เอ็มบอกเพื่อนว่าฝากซื้อหนังสือสองเล่ม สองเล่มพอ!! เหอ ๆ
สองวันต่อมา น้องบอกว่าอยากได้หนังสือไปซื้อให้หน่อย ... นั่นไง ตามมาด้วยป้าโทราฝากซื้อนิยาย ... เอาสิ
วันนี้เลยต้องไปเยือนศูนย์สิริกิตติ์ คนเยอะเหมือนเคย
ที่ทำใจไม่ได้คือจะพามาเพื่ออะไร .. เด็กอ่อน !! อุ้มกระเตง ๆ เห็นแล้วหงุดหงิด
กับอิพวกเด็กซนกว่าลิม วิ่งพล่าน ไม่ไหวจะดู ... อยากเดินเข้าไปบิดหู (โหดป่ะ)
เดิน ๆ เลือก ๆ ได้หนังสือของน้อง ของป้า และของตัวเอง ...นั่นไง ไหนว่าสองเล่มพอ หุหุ
ขอหน่อย ๆ เสียค่ารถมาแล้วเนาะ
นี่ไง ... มีนานี้ซื้อน้อย เพราะเดี๋ยวต้องย้ายที่อยู่ ของเดิมก็เยอะ เหะ ๆ เดี๋ยวจะหล่นหายกลางทาง 1.TRY : วงค์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เล่มนี้ที่ฝากเพื่อนซื้อ ... อ่านง่าย ๆ ชอบงานพี่โหน่ง ตอนนี้อ่านก่อนนอนวันละสองเรื่อง เพราะกลัวจบเร็ว เหอ ๆ 2. ปอกกล้วยในมหาสมุทร : นิ้วกลม หลงรักนิ้วกลมคนนี้ตั้งแต่ "อิฐ" "ณ" บลา ๆ ๆ ผู้ชายอะไรช่างคิดเป็นบ้าเลยอ่ะ 3. ปลาย่าง : โอกูม่า ฮิเดโอะ เล่มนี้บังเอิญเห็นที่คั่นที่แจกมากับหนังสือของเพื่อน อ่านสะดุดเลยใช้เพื่อนไปซื้อมาเหอ ๆ เป็นเรื่องการเดินทางกลับบ้าน ของปลาแมคเคอเรลที่ถูกย่าง!! 4. เด็ก ๆ ในหมู่บ้านเควงอิ-บุรี : คิม จุง มี คุ้ยเจอในกระบะหนังสือเก่า .. อยากไปเกาหลี เลยหาชีวิตเกาหลี ๆ มาอ่านดู ... แต่หดหู่จังเรื่องนี้ เฮ้อ 5. เดียว : งามพรรณ เวชชาชีวะ จากความสุขของกะทิ ด้วยยี่ห้องามพรรณ เลยไม่ลังเลที่จะซื้อเล่มนี้มาอ่าน เป็นนิยายเล่มหนาพอสมควร .. แต่อยากอ่านมาก ๆ 6. เที่ยวกรุงเทพ : OOM อีกไม่กี่วันจะบ๊ายบายกรุงเทพแล้ว เลยหาไก้ด์บุคน่ารัก ๆ ไว้ดูแก้คิดถึงซักหน่อย ... เล็งไว้ตั้งแต่ที่แพร่พิทยาแล้วแหละ อิอิ
หมดละที่ได้มาจากงานสัปดาห์ฯคราวนี้ ซื้อน้อย ๆ จริง ๆ นะ แล้วจะอ่านให้หมดไป ค่อยซื้อใหม่ ดีกว่าเห่อซื้อมาให้ฝุ่นอ่านแทนเรา อีกอย่างยังมีหนังสือกองโตรอให้กลับบ้านไปสะสางอีกอะเนี่ยะ
อ่านหนังสือกันเถอะ ^^
u ss!Wไม่อยากให้เราต้องมองเห็นกัน
ฉันกลัวว่าถ้าคราวนี้ฉันยิ้มให้เธอแล้ว .. เธอนิ่งเฉยตอบกลับมา
ฉันคงยิ่งร้าวราวหนักขึ้นไปอีก
แต่ถ้าเธอยิ้มตอบ มันคงร้าวรานไม่แตกต่าง
เพราะข้างหลังรอบยิ้มนั้น ฉันรู้ดีว่าไมมีความรู้สึกอื่นใด
เป็นเพียงรอยยิ้มที่คนแปลกหน้าส่งให้กัน
:: Please let me die by สมทุย
-----
เมื่อไหร่จะกลับมา
move on ~"ขอให้ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง"
เราเขียนประโยคนี้ลงในโปสการ์ดทุกครั้งก่อนส่งกลับมันมา
แล้วมันก็เป็นจริง
ชีวิตนักศึกษากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ... แต่คนละอารมณ์กับเมื่อสี่ปีที่แล้ว
ความตื่นเต้นมันกลายเป็นความกลัว ... กลัวจะเหงา
การเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนสังคมใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ ใหม่ ใหม่ ๆ ... ใหม่ ๆ
การปรับตัวครั้งนี้น่าจะไม่ยากเท่าตอนที่ได้ทำงานใหม่หรอกเนาะ
เราต้องทำได้สิ !
เราคงคิดถึงสยาม คิดถึงลิโด้ คิดถึงบ้านพี่กิ๊บ คิดถึงเจเจ วังกลัง ท่าพระจันทร์ เซ็นทรัล สวนรถไฟ มิวเซียม หอศิลป์ ข้าวสาร พระอาทิตย์
แต่มันก็แลกมากับอะไรใหม่ ๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าอยากจะไปอยู่กับมัน
มีอะไรใหม่ ๆ รออยู่อีกตั้งเยอะ
แล้วเจอกัน .... เชียงใหม่
^^
ปล.แล้วจะกลับมากงานรับปริญญาตามสัญญานะอ้วนต่อ .. ทรายด้วยแกต้องไปหาชั้นนะ !!
pass~วันเกิดก็ผ่านไปแล้ว
ไม่มีอะไร ไม่มีของขวัญ
ไม่มีใครจำ
. . .
วาเลนไทน์ก็ผ่านไป
เพิ่งไปเชียงใหม่มา
คนเดียว
ใครว่าเหงา...ไม่จริงหรอก
มัน...เหงาที่สุดต่างหาก
55
ขอบคุณพลอยที่มาอยู่เป็นเพื่อนกัน
ลุงคนขับรถแดงถามว่า
"เป่นหยังมาคนเดียว บ่มีคู่ก๋า"
ถามแบบนี้...เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า
คุณหมีบอกว่า
วาเลนไทน์ที่ไหน ... ก็รัก ... ไม่ต่างกัน
หมายถึงคนอื่นเค้ารักกัน
ไม่ใช่ "เรา"
. . .
วันหยุด 18 วัน
ก็ผ่านไป
วันนี้ต้องกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม ทำงาน ๆ เอานิ้วกระทบคีย์บอร์ดไปวัน ๆ
เร่งวันเร่งคืน อยากให้ผลสอบออกเร็ว ๆ
รอคอยการเปลี่ยนแปลง
ในไม่ช้า
. . .
My Feb.มกราผ่านไป
ชีวิตยังราบเรียบ
เว้นแต่ความอยากที่มีมากขึ้นทุกวัน
อยากโน่น อยากนี่ สารพัด
ขอบคุณที่ทำงาน ที่ให้ลางานได้ตั้งครึ่งเดือน
มีคนถามว่าทนอยู่ทำไม
... เสียเวลา ...
เปิดโอกาสให้ตัวเอง เผื่อจะเจออะไรใหม่ ๆ
ที่ดีกว่า ....ก็ได้
ก็คิดนะว่ากลับไปดีไหม 555
งานอาจจะไม่ได้หายากอย่างที่ใคร ๆ คิด
การเปลี่ยนแปลงต่างหากที่เราต่างก็กลัว
แต่ชีวิต
... ไม่เสี่ยง ...
จะสนุกหรอ
?
เดือนนี้มีอะไรให้ทำมากกมาย ... มันอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
หรืออาจจะเหมือนเดิม
แค่จะทำอย่างที่คิดไว้
ให้มันผ่านไป
ผลของมันจะออกมาเป็นยังไง
เราก็ไม่รู้
แต่ก็จะพยายาม
.....
only .. uแค่ไปอยู่ในที่ที่เวลาของเราไม่เท่ากัน
แค่ 3XX วันก็จะกลับมา
---------
แค่ ... คิดถึง
2008หนึ่งปีผ่านมา และกำลังจะผ่านไป ทำอะไรบ้าง
แค่อยากลองเขียนดูว่ามันมีอะไรบ้าง
เดือนหนึ่ง ย้ายหอ จากห้องรูหนู อึกทึกครึกโครม สบายกว่าเดิม
เดือนที่สองวันเกิดเป็นปีที่เงียบ ๆ เหงา ๆ ได้ของขวัญเป็นกระต่ายซะส่วนใหญ่
เดือนสามยังเตร็ดเตร่ ไม่อยากทำงาน เที่ยวอย่างเดียว เดือนนี้ไปบางปู
เดือนสี่กลับบ้านไปเล่นน้ำสงกราน งานก็ยังคงไม่หาอีกเหมือนเดิม แต่แววเริ่มมา
เดือนห้า ได้งานเป็นหลักเป็นแหล่ง รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของชีวิต อย่างน้อยก็ต้องตื่นเช้าทุกวัน
เดือนหก เบื่อหน่าย อึดอัดกับชีวิตการทำงานสุดขีด เข้าใจว่าเราต้องปรับตัวเองมากมาย
เดือนเจ็ด ตัดขาดความเป็นเพื่อนกับคนคนนึง ก็โอเคนะ ไม่วุ่นวาย อ๋ออ เดือนนี้ไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษด้วย ฮ่า ๆ
อีกอย่าง เดือนนี้เจอคุณหมีที่ร้านราดหน้าด้วย ดีใจที่สุดในโลก สวรรค์ชั้นเจ็ดพอดีไง ฮ่า ๆ
เดือนแปด รู้สึกว่าเริ่มเข้าที่เข้าทาง เบื่อแต่นึกถึงที่แม่บอกว่าต้องอดทน ตัดสินใจไม่ออกจากงาน
เดือนเก้า ไม่มีอะไรหวือหวา ไปเที่ยวอัมพวา สนุกดี
เดือนสิบ เดือนนี้ป่วย ๆ ๆ ไอ จาม ท้องเสีย ลมพิษ เป็นหมดทุกอย่าง เฮ้อแล้วก็ได้ไปสัมมนาที่โคราช
เดือนสิบเอ็ด แม่ฮ่องสอนจะอยู่ในความทรงจำ 1,864 โค้ง จะไม่มีทางลืมลง
เดือนสุดท้ายของปี ตัดสอนใจทำงานต่ออีกสักพัก แต่เป้าหมายหลักยังรออยู่ มีทางที่ดีกว่าต้องไปแน่ ๆ
เรื่องของปีหน้ายังไม่อยากจะคิดหรือวางแผน
แล้วแต่โชคชะตาจะพาไปก็แล้วกัน
สวัสดีปีใหม่ทุกคน
Tokyo Sonata
น่าจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่ดูของปีนี้
เต็มสิบให้แปดจุดห้าละกัน
หนังครอบครัว ดูจะดราม่าสุด ๆ ในรอบปีที่ดูหนังมาละ
พ่อบังเอิญถูกเลย์ออฟ แต่ไม่กล้าบอกลูกเมีย ต้องปิดบังด้วยการแต่งตัวเหมือนออกไปทำงานทุกวัน
แม่ ทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนว่าโลกนี้ของเธอดูจืดชืด ดูไม่เอาไหนซะเลย
ลูกคนโต ขอไปเป็นทหารสหรัฐ ฯ ลูกชายคนเล็กที่มีพรสวรรค์ในการเล่นเปียโน แต่พ่อไม่เคยมองเห็น
พล็อตเรื่องไม่งง เดินเรื่องหนัก ๆ แต่สุดท้ายก็คลายปม จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
ต่างจากที่คิดว่าต้องจบอีกแบบนึง คงหดหู่น่าดูเลย
ชอบที่ท้ายสุดแล้วครอบครัวยังมาเป็นที่หนึ่ง ภาระท้ายที่สุดของพ่อและแม่คือลูก (ภาระหรือความรักละเนี่ยะ)
ชอบตอนที่พ่อเก็บเงินได้ ทั้งที่ตกงาน แต่ยังมีจิตสำนึกเอาไปคืน หาไม่ง่ายเท่าไหร่เลย
และไม่ว่าความเป็นผู้นำครอบครัวของพ่อจะค้ำคออยู่ ที่สุดแล้วการพูดจากัน และรับฟังกัน
ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญของคนในครอบครัว เพราะถ้าไม่พูดก็คงไม่เข้าใจกัน
อยากให้ไปดู
Maehongson in memory1,864 โค้งก็ถึง ....... แม่ฮ่องสอน
ออกเดินทางหกโมงเย็นวันศุกร์ที่ 4 ธันวา วิ่งไปขึ้นรถตับแลบ - -"
รถติดบรรลัย เกือบไปไม่ทัน ที่สุดแล้วมีเพื่อนตกรถหนึ่งคน ซะงั้น
คุยกับนายท่า บลา ๆ ๆ ๆ พระเจ้าเข้าข้างคนหน้าตาดีเสมอมีคนมาเปลี่ยนตั๋วกับเพื่อนเรา
ยังดีที่ได้ไป แต่...ลงคนละที่ เอาเหอะ ตามกันไปยังไงก็คงเจอ
เช้าวันที่ 5 ธันวา ประมาณแปดโมงเศษ ๆ ถึง อ. ขุนยวม สายแล้วแต่พูดยังมีควันออกปาก โว้ว
เป้าหมายแรกไปดูดอกบัวตองกันดีกว่า จัดแจงเหมารถเรียบร้อย ลุยเลย
นึกว่าจะหมดทางโค้งละนะ ยังโค้งและชันได้อีก ตลอดทางนั่งกระบะหลัง อู้วว มันสุด ๆ
ดอกบัวตองมีให้เห็นตลอดทาง จริง ๆ เริ่มบานตั้งแต่เดือนพฤศจิกาแล้ว มาเกือบไม่ทัน
ออกจากทุ่งดอกบัวตอง ก็ไปน้ำตกแม่สุรินทร์ แล้วเดินเล่นตลาดแม้ว ... เด็กน่ารักดี
สงสัยว่าทำไมเด็กดอยหน้าตาบล๊อกเดียวกันหมดเลยอ่ะ เหอ ๆ
เพลิดเพลินกันจนบ่าย และแล้วไอคนที่ตกรถก็ตามมาทัน ไม่ให้มันพักเราขึ้นรถบัสต่อเข้าเมืองแม่ฮ่องสอนทันที
67 กิโลเมตร จากขุนยวมถึงตัวเมือง จัดการซื้อตั๋วกลับกรุงเทพฯ เรียบร้อย ก็เหมาตุ๊กตุ๊กไปหาที่พัก
เพราะไม่ได้จองไว้ ถามตรงไหนก็เต็ม ลุงคนขับก็พาตระเวน โชคดีมาเจอ นิรันดร์เกสเฮ้าส์ !!
ตกลงราคากันได้อย่างสวยงาม 300 บาท ต่อคืน พัก 5 คน หารแล้วคนละ 60 ห้องน้ำในตัว เลิศที่สุดอ่ะ
ได้ห้องแล้วเพื่อนอีกคนตามมาจากเชียงใหม่ ครบซะที รวมแล้วทริปนี้ 5 คนพอดิบพอดี
อาบน้ำอาบท่ากันเรียบร้อย หนาวเหอะ แต่ไม่อาบอ่ะเน่าแน่ ๆ เสร็จแล้วออกไปเดินดูบ้านดูเมืองกันดีกว่า
เย็น ๆ จะมีตลาดค่ำ ขายของอาราณ์คล้าย ๆ ถนนคนเดินที่เชียงใหม่ แต่ที่นี่สงบกว่าเยอะ
ใกล้ ๆ มีวัดจองคำ เลยแวะไปลอยโคมกัน ระหว่างทางก็กิน ๆ ๆ ๆ อะไรที่แปลกกินกันกระจายอ่ะ
สังเกตได้ว่าภาษาคนแม่ฮ่องสอนต่างจากคำเมืองแถว ๆ เชียงใหม่สุด ๆ ฟังยากกว่า ด้วยแฮะ
เดินเล่นจนดึกดื่น ก็กลับมาพักผ่อนเอาแรงไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ ....
วันที่ 6 ธันวา เป้าหมายของเราคือ ปางอุ๋ง ดินแดนแสนโรแมนติก ... จำเค้ามาอ่ะ
เก็บข้าวของแล้วออกไปขึ้นรถที่ตลาดสายหยุด แวะกินโจ๊กเสวยเจ้าอร่อย คนเยอะมาก ๆ แต่ก็อร่อยจริง ๆ แหละ
แล้วมาขึ้นรถสองแถวไปปางอุ๋ง ประมาณ เกือบ ๆ 40 กิโลเมตร จากตัวเมือง
เข้าใจแล้วว่าคำว่า กิโลแม้ว เป็นยังไง นึกว่าจะนั่งรถไม่นาน แต่ปาไปเกือบ 2 ชั่วโมง
โค้งแล้วโค้งอีก แถมทางยังชัน โอยยยยยยยยยยยยย
สิ่งที่สงสัยคือ ที่ที่เราจะไปกัน คนแถวนั้นเค้าต้องขึ้น ๆ ลง ๆ โค้ง ๆ แบบนี้ประจำเลยหรอ
แล้วก็มาถึง ปางอุ๋ง สวยจัดจัด
เต้นท์ที่แบกกันไปได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ก็คราวนี้
คืนนี้เราจะนอนนับดาว เผามัน ผิงไฟ ว้าวววววววว
กางเต้นท์เสร็จแล้ว ออกไปสนทนาหาทางไปเที่ยวต่อเลย
เหมารถชาวบ้านได้ก็ออกตะลุยโค้งกันต่อ ยังไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย 555
พระตำหนักปางตอง เราไปดูน้องแกะ ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้อุ้มแกะ น่ารักม๊ากกก
ในนั้นจะมีสัตว์เยอะเลยแหละ แต่แกะนี่พีคสุด ๆ ลั้ลลากันเสร็จก็ไปที่อื่นต่อ
บ้านรักไทย เป็นหมูบ้านม้ง จีนฮ่อ อะไรเทือกนั้น บ้านส่วนมากจะเป็นบ้านดิน และมีร้านขายชามากมาย
แวะชิมข้าวซอยยูนนาน ชิมชา เดินเล่นถ่ายรูปกันจนเย็น
ระหว่างทางที่กลับเข้าปางอุ๋งจะผ่านหมู่บ้านเราจะเจอแก๊งค์บ๊ายบาย ก็เด็กแถวนั้นแหละ จะมานั่งข้างทางบ๊ายบายฃะส่งยิ้มให้
ชอบจัง
คืนนี้กลับมานอนที่ปางอุ๋ง .... หนาวม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
เช้าแล้ววันที่ 7 ธันวา หมอกลอยบนผืนน้ำ ในที่สุดก็ได้เห็น มีมืออุ่นๆ มาให้จับก็คงดี
คิดถึงใครบางคนที่เคยส่งรูปที่นี่ให้เรา เราพกมันมาด้วย เพื่อที่จะมองหาองศาที่เค้ายืนถ่ายรูป
แล้วเราก็เจอ มันอาจจะไม่ใช่จุดเดียวกัน แต่เราว่ามันอาจใกล้ ๆ กันเนี่ยะแหละ
คิดถึงคุณหมี
สาย ๆ หน่อย หมอกเริ่มจาง แสงแดดลอดผ่านทิวสนที่เรียงกันอยู่ สวยมากอ่ะ
ก่อนมามีคนบอกว่าถ่ายรูปสวย ๆ มาให้ดูด้วยนะ แต่เราว่ายังไงมันไม่สวยเท่าที่ตาเราเห็นเลยอ่ะ
สงสัยจะต้องมาอีก แค่ไม่กี่โค้งเอง (เหรอ)
เกือบ ๆ เที่ยง รถประจำทางคันเดิมก็มารับเราออกไปจากที่นี่ และเดินทางกลับมาเมืองหลวง
โดยสวัสดิภาพ
(ขอบคุณเจ้พิมพลอย ,หนึ่ง, น้องเบนซ์, พี่นิ ที่มาอยู่ในความทรงจำที่ไม่มีทางลืมได้
และคุณหมี คนที่ทำให้เราอยากมาที่นี่)
Closely
Rabbit news # 1คุณกระต่ายเขาฝากมากระจายข่าว งานนี้รับน้อย ถ้าไม่ติดงานคงแล่นไปแล้ว ... 5555 ทำไมไม่จัดช้ากว่านี้น้อ จะลาออกอยู่ละเนี่ยะ เหอ ๆ
......
อัพเดทชีวิต
ช่วงนี้สบายดี แต่ไม่ได้อัพสเปช มันเหนื่อย ๆ
เลิกงานกลับมาก็
ตื่อออ ดึ้ง ออนเอ็ม
กินข้าว
ตื่อออ ดึ้ง ออนเอ็ม
แล้วก็นอน
ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ เบื่อข่าวการเมือง รำคาญข่าวดารา
ขี้เกียจฟังว่าราคาน้ำมันขึ้น ๆ ลง ๆ ค่าครองชีพจะสูงแข่งกับญี่ปุ่นใช่ป่ะ ....
เมื่อไหร่นายกหน้าซื่อใจคด จะออกไปซะที ไม่เข้าข้างฝ่ายไหนทั้งนั้น เบื่อจริง ๆ
แน่นอนสิ้นปีออกจากงาน เรียนต่อดีกว่า อยุ่นิ่ง ๆ นาน ๆ เดี๋ยวจะขี้เกียจมากกว่านี้
ปล.อาทิตย์หน้าพร้อมแล้วกับงานสัปดาห์หนังสือ ^^
God Bless,my grandmomทำไมยิ่งโต ...เรายิ่งรู้สึกไม่อยากให้มีใครหายไปจากชีวิตเราเลยสักคน
วันก่อนโทรหาย่า ย่าบอกว่า "รอโทรศัพท์จอยอยู่เลย ย่าโทรไปไม่ติดเลย"
"เนี่ยอีกสองวันย่าจะเข้า ร.พ นะ นัดหมอแล้วนะ " ย่าบอกอีก
พอได้ยินก็ใจหาย คำที่เราเกลียดอีกคำคือ โรงพยาบาล คงเพราะไม่เคยมีครั้งไหนที่เรารู้สึกดีที่ได้ก้าวเข้าไป
คุยกับย่าตามปกติ พอวางสาย เริ่มกังวัล เราพยายามบอกย่าว่ามันต้องดีขึ้น เดี๋ยวก็หาย พระต้องคุ้มครอง
เราไม่รู้หรอกว่าย่ากังวลมากแค่ไหน เราอยากให้ควางกังวลของย่า มันเทมาที่เราให้หมด
-----------------
วันนี้ย่าออกจากห้องผ่าตัด พี่ก็โทรมาบอกตอนเรานั่งทำงานอยู่ว่า เดี๋ยวเย็น ๆ โทรมาคุยกับย่าหน่อยนะ
พอโทรไป เสียงย่ายังไม่เหมือนเดิม
"ย่ากินข้าวแล้ว คุณปู่ก็อยู่บ้านกับลีโอไง จอยไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง ตั้งใจทำงานนะ"
"เดือนหน้าจอยมีวันหยุด จอยจะกลับบ้าน คุณย่าหายเร็ว ๆ นะ"
"อื้อ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เป็นอะไรหรอก"
สองนาทีกว่า ๆ ที่คุยกับย่า ย่าพูดคำว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องเป็นห่วง ....
จนเรานับไม่ได้ ถ้าไม่อยู่บนรถเมล์เราคงร้องไห้สุด ๆ ไปแล้ว
-----------
ตลกไหมที่ตอนนี้มือเราพิมพ์ น้ำตามันก็ไหลอีกแล้ว
อยากกลับบ้านอ่ะ คิดถึงย่าจริง ๆ
หายแล้ว เราจะไปเที่ยวกันนะ สัญญา
l like this song
ยังคงมีรอยยิ้ม ยังคงมีความฝัน ยังมีคนยอมรับ มีคนที่ห่วงใย
ไม่รู้ว่าขาดหายอะไร ไม่รู้ว่าตามหาสิ่งใด
มีคืนที่ซาบซึ้ง มีวันที่สดใส
ไม่รู้ว่าขาดหายอะไร ไม่รู้ว่าตามหาสิ่งใด
ไม่รู้ว่าขาดหายอะไร ไม่รู้ว่าตามหาสิ่งใด
... ในสักวัน ฉันจะหาจนเจอ ...
ชอบเพลงนี้อ่ะ @v@
T-Fหลายวันก่อนบอกเจ้านายว่า "หนูจะออกสิ้นปีนี้นะพี่ "
ถูกถามกลับมาอย่างเร็วว่า "หนูจะไปไหน"
"หนูว่าหนูจะไปเรียนต่อค่ะ ที่......."
(คิดในใจ บอกล่วงหน้าสามเดือนเลยนะเนี่ยะ ให้เกียรติสุดขีด เหอะ ๆ)
"เอางั้นหรอ" เค้าถามอีก
"ค่ะ" สวนกลับอย่างเร็ว
ละข่าวนี้ก็แพร่ไปอย่างไว วันต่อ ๆ มา ใคร ๆ ก็ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า
"จะออกละหรอ"
อะไรกันมากมายเนี่ยะ วู้ววววววว ......
วันนี้พี่คนนึงมาคุยด้วย ก็ถาม ๆ เรื่องจะไปเรียนอะไรยังไง
ยิ่งทำให้คำถามเดิม ๆ กลับมาวนในหัวอีกละ
เหมือนก่อนที่จะตัดสินใจไปบอกว่าจะออกจากงานนี่ก็คิดแล้วนะ
ว่าเรียนทำไม จบออกมาแล้วมีอะไรซัพพอร์ทแค่ไหน
ตกงานอีกหรอ ไม่ดีมั้ง เศรษฐกิจก็แย่ลง ๆ ๆ หรือว่าเรารีบเกินไปวะ ที่ไปบอกเค้าว่าจะออก
ไปเรียนเพราะเบื่อทำงานหรอ ก็ไม่เชิง ไปเรียนเพราะอะไรวะ
จริง ๆ อยากออกจากงานเพราะว่าไม่ใช่งานที่ชอบก็แค่นั้นแหละ
ไปเรียนเพราะฆ่าเวลา ออกมาเผื่อจะรู้ว่าตัวเองชอบอะไรมากที่สุด หรอกหรอ
วู้ววววววววววววววว ร้อยแปดพันเก้า อะไรเนี่ยะ
อีกสามเดือนเดี๋ยวก็รู้ ตอนนี้เก็บตังไปก่อนละกัน ฮึ้ยยยยยยยยยยยยยย Everything i doจอยชอบอะไร จอยทำอะไรแล้วลืมเวลา
ถ้าตอนนี้มันไม่ใช่ ก็หาสิ..
มีสิ ... จอยรู้จอยอยากทำอะไร
ต้องหาให้เจอ ไม่งั้นเราจะแถไปเรื่อย ๆ
นั่นน่ะสิ
----------------------------------------------------
เริ่มถามตัวเองอีกทีแล้วว่า
งานที่ทำผ่านไปแต่ละวันนี้ทำเพื่ออะไร ทำเพื่อไม่ให้ว่าง ทำเพื่อให้มีตังค์ใช้
ได้อะไรจากมันบ้าง จอยความสุขมีรึป่าว
แล้วสิ่งที่อยากทำจริง ๆ คืออะไร ที่คิดไว้เมื่อไหร่มันจะเกิด
ต้นไม้ที่รอวันเติบโตตามธรรมชาติ ... มันจะตายลงวันไหนกัน
จอยไม่รดน้ำ จอยไม่ใส่ปุ๋ย
ดอกไม้ ผลไม้ มันคงไม่มีวันงอกงาม
เหมือนจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
แล้วทำไมจอยไม่ลงมือทำซะที
------------------------------------------------------------------
ชาติหน้ามีจริงรึป่าว ไม่มีใครรู้ หรอก
จอยบอกแล้วว่าจอยไม่เชื่อเรื่องชาติหน้า ชาตินี้ชาติเดียวก็พอแล้ว
มันมีทางของมัน ถ้าเราทำใช่ไหม
เริ่มได้แล้ว
---------------------
อยากเป็นเจ้าของ ต้อง เริ่มเป็น ลูกน้อง
สู้ ๆ จอย
Pink Theoryเธอ เธอเป็นสีชมพู เธอมีโลกของเธออยู่
ที่ฉันไม่อาจล่วงรู้ และไม่เคยเข้าไป ส่วนฉันเป็นสีเทา มีแต่ความเหงารอบๆ กาย ไม่รู้เลยในความหมายอะไรมากกว่านี้ แต่เธอและฉัน ก็เดินเข้ามาชิดใกล้ มาทำให้ฉันแปรเปลี่ยนเป็นสีใหม่ เมื่อชีวิตของเราไหลปนกัน โลกของฉันก็ดูจะเปลี่ยนสีไป อะไรเป็นของเธอ ก็กลายเป็นอะไรของฉัน เมื่อเราต่างเทสี ผสมละลายเข้าด้วยกัน โลกของฉันและเธอก็สดใส กว้างใหญ่ขึ้นกว่าวันนั้น เมื่อสีทั้งสองผสมกัน เมื่อนั้นมันก็จะเป็นสีของเรา เราผลัดกันเดินเข้าไป สู่โลกคนละใบ สุดท้ายก็ต่างไม่รู้ ว่าโลกของใครเป็นของใคร เมื่อในวันนั้นเธอเข้ามาใกล้ๆ มาทำจนฉันแปรเลี่ยนเป็นสีใหม่ และเมื่อของเราไหลรวมกัน โลกของฉันก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปทั้งใบ .. เมื่อเธอได้เข้ามา ฉันก็ได้เห็นอะไรที่มากกว่า จากนี้และเรื่อยไป จากนี้ทั้งหัวใจ ก็คงจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมใช่ไหม อะไรเป็นของเธอ ก็กลายเป็นอะไรของฉัน เมื่อเราต่างเทสี ผสมละลายเข้าด้วยกัน ก็คงจะเป็นไปตามทฤษฎีที่เขาบอกไว้ว่ามัน เมื่อสีทั้งสองผสมกันนั้น... ก็คงไม่มีอะไรที่จะเป็นเหมือนเดิมได้อย่างวันนั้น เมื่อสีทั้งสองผสมกัน เมื่อนั้นมันก็จะเป็นสีของเรา -----------------------------
ชอบเพลงนี้อ่ะ เรากำลังค้นหาว่าทฤษฎีของเราสีอะไร
???????
so longทำไมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าจัง
อะไรก็ดูนาน...น๊าน นาน ๆ ๆ ....
อึน ๆ เบื่อ ๆ
เที่ยว เล่น ทำงาน .. ทุกอย่างปกติ
แต่ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้
ฮึ้ยยยยยยย ..ชีวิต ~ unexpectedlyเรื่องของเมื่อวาน มันคือเรื่องบังเอิญ ที่ทำให้คิดถึงคำว่าพรหมลิขิต
ถ้าเราไม่มัวตื่นเต้น ยืนใจสั่นทำอะไรไม่ถูก เราคงเข้าไปทักแล้ว
กลับมาเราก็ไม่กล้าจะถาม มาทำไรแถวนี้ ฮ๊า ๆ ๆ ๆ ดีใจที่ได้เจอ
มันทำให้เรารู้ว่าที่ผ่านมาเราพยายามมากไป ที่อยากจะเจอกัน
แต่แล้วความบังเอิญที่เราไม่เคยคิด มันก็เกิดขึ้น อีกที ๆ ดีใจมาก ๆ ที่สุดแล้ว
เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวในเวลานี้ที่เราคิดแล้วได้ยิ้ม ... อยู่กับเราไปนาน ๆ ^^
หวังว่าคราวหน้าเราจะได้ยิ้มให้กันจริง ๆ สักที นะ ชินเนมอนซัง
-------------------------------------------------------
เรื่องอื่น ๆ ก็คือความบังเอิญ ไม่คิดว่ามันจะเกิด มันก็เกิด
ไม่คิดจะเกลียด แต่ก็ .............
บอกแล้วว่าต้องตัดเรื่องแย่ ๆ คนจิตเสื่อม จะเอามารกตาทำไมกัน
ทำไงได้ละ เนาะ .....
อยู่กับความสุขที่มี ชีวิตก็แค่นี้แหละ
|
|
|